21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 15:28 น. แมคโดนัลด์-โฟร์โมสต์' ปรับแผนสู้สารพัดปัจจัยลบปี’55 สานยุทธศาสตร์ร่วมเสี่ยงธุรกิจขยายฐานลูกค้าใหม่ หวังตุนยอดขายเข้าเป้าในครึ่งปีแรก นายเฮสเตอร์ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแมคไทย ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนแบรนด์‘แมคโดนัลด์’ และนายชนินทร์ อรรจนานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟรีสแลนด์ คัมพิน่า(ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจนมพร้อมดื่มโฟร์โมสต์ ร่วมเปิดเผยว่าจากปัจจัยลบ อาทิ ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำอัตรา 300 บาท, เงินเดือนระดับปริญญาตรี 1.5หมื่นบาท, ต้นทุนวัตถุดิบ และภัยธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งมีผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจในปี55 ทำให้ทั้ง 2 บริษัทเร่งแผนบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจใหม่ เพื่อเร่งสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมได้ตั้งแต่ภายในครึ่งปีแรกนี้ สำหรับปีนี้ บริษัทแมคไทย เตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 650 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่ร้านแมคโดนัลด์อีกประมาณ 20 สาขาใหม่ ใกล้เคียงกับในปีก่อนที่ขยาย 13 สาขาใหม่ จากเป้าเดิม 18 สาขาซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลาย โดยบริษัทจะขยาย 5 สาขาที่เหลือในปีนี้ จากปัจจุบันเปิดให้บริการร้านแมคโดนัลด์ทั้งสิ้น 160 สาขา แบ่งเป็นรูปแบบต่างๆ อาทิ ร้านอาหารเช้า 123 สาขา, ร้านแมคโดนัลด์ 24ชม. 63 สาขา, ร้านบริการจัดส่ง(เดลิเวอรี) 87 สาขามี 35 จุดให้บริการ 24ชม., แมคคาเฟ่ 80 จุด, บริการไดร์ฟทรู 36 จุด และบริการจุดของหวาน 86 จุด โดยมี 10 สาขาอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งนี้ บริษัทยังวางแผนขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่ม ทั้งจากสาขาใหม่และการปรับเพิ่มเมนูอาหารหม่ๆภายในร้าน เพื่อเพิ่มจำนวนปริมาณลูกค้าหมุนเวียน(ทราฟฟิก)ให้มากขึ้นราว 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 7 ล้านคนต่อปีในทุกสาขา และมีการเข้ามาใช้บริการในร้านเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อคน เพื่อให้ยอดขายครอบคลุมกับต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับสูงขึ้นในภาพรวม โดยเฉพาะค่าแรงงานขั้นต่ำอัตราใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย.นี้ ส่งผลให้บริษัทต้องใช้งบลงทุนด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น10%-20%สัดส่วนเดียวกับต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ โดยต้นทุนแรงงานระหว่างเดือนเม.ย.-ธ.ค.ของบริษัทปีนี้ คาดอยู่ที่80-90 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้สานยุทธศาสตร์ธุรกิจร่วม(สตราติจิก ซินเนอร์ยี)กับบริษัทฟรีสแลนด์ฯ ขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีโฟรโมสต์ผ่านร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขา โดยเฉพาะเครื่องดื่มนมสำหรับชุดอาหารสำหรับเด็กแฮปปี้มีล เพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภคนอกเหนือจากเครื่องดื่มซอฟท์ดริงค์ โดยในปี55 บริษัทวางเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนมีย อดขายเติบโต 30% และวางเป้ามีอัตราการเข้าถึงกลุ่มครอบครัวไทยเพิ่มขึ้นอีก 3-5% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 26% นายชนินทร์ กล่าวว่าสำหรับยุทธศาสตร์ธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งแผนบริหารความเสี่ยงธุรกิจในปีนี้ ในการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มยูเอชทีโฟรโมสต์ จากปัจจุบันมีช่องทางหลักในร้านค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด)สัดส่วน 50% และช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไป(ทราดิชันนัล เทรด)55% พร้อมมีแผนขยายช่องทางใหม่ๆเพิ่มเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายบริษัทในการนำผลิตภัณฑ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น และสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าตั้งแต่ภายในครึ่งแรกของปีนี้ จากเดิมมียอดขายหลักในช่วงไตรมาส2และ 4 และชะลอตัวในไตรมาส 3 พร้อมกันนี้บริษัทยังวางแผนขยายศูนย์กระจายสินค้า(ดีซี)แห่งที่3ในรูปแบบการจัดจ้างภายนอก(เอาท์ซอร์ส) คาดทำเลอยู่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริม๊ฑล จากเดิมมีดีซีอยู่ในอำเภอวังน้อย จ.อยุธยา และเดินสายผลิตนมพาสเจอร์ไรซ์โฟร์โมสต์ด้วย และโรงงานผลิตนมยูเอชทีที่สำโรงใต้สมุทรปราการ พร้อมวางแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับเป้าหมายยอดขายใหม่ที่จะวางอัตราการเติบโต 2หลักในปีนี้ จากการออกสินค้ากลุ่มใหม่ในระดับบน(พรีเมียม)เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากนมเป็นกลุ่มสินค้ากึ่งควบคุมราคา โดยในสิ้นปีคาดมีอัตราการเติบโตยอดขาย 2หลัก
วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
แมคโดนัลด์จับมือโฟร์โมสต์ขยายฐานลูกค้าใหม่
21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 15:28 น. แมคโดนัลด์-โฟร์โมสต์' ปรับแผนสู้สารพัดปัจจัยลบปี’55 สานยุทธศาสตร์ร่วมเสี่ยงธุรกิจขยายฐานลูกค้าใหม่ หวังตุนยอดขายเข้าเป้าในครึ่งปีแรก นายเฮสเตอร์ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแมคไทย ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนแบรนด์‘แมคโดนัลด์’ และนายชนินทร์ อรรจนานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟรีสแลนด์ คัมพิน่า(ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจนมพร้อมดื่มโฟร์โมสต์ ร่วมเปิดเผยว่าจากปัจจัยลบ อาทิ ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำอัตรา 300 บาท, เงินเดือนระดับปริญญาตรี 1.5หมื่นบาท, ต้นทุนวัตถุดิบ และภัยธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งมีผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจในปี55 ทำให้ทั้ง 2 บริษัทเร่งแผนบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจใหม่ เพื่อเร่งสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมได้ตั้งแต่ภายในครึ่งปีแรกนี้ สำหรับปีนี้ บริษัทแมคไทย เตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 650 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่ร้านแมคโดนัลด์อีกประมาณ 20 สาขาใหม่ ใกล้เคียงกับในปีก่อนที่ขยาย 13 สาขาใหม่ จากเป้าเดิม 18 สาขาซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลาย โดยบริษัทจะขยาย 5 สาขาที่เหลือในปีนี้ จากปัจจุบันเปิดให้บริการร้านแมคโดนัลด์ทั้งสิ้น 160 สาขา แบ่งเป็นรูปแบบต่างๆ อาทิ ร้านอาหารเช้า 123 สาขา, ร้านแมคโดนัลด์ 24ชม. 63 สาขา, ร้านบริการจัดส่ง(เดลิเวอรี) 87 สาขามี 35 จุดให้บริการ 24ชม., แมคคาเฟ่ 80 จุด, บริการไดร์ฟทรู 36 จุด และบริการจุดของหวาน 86 จุด โดยมี 10 สาขาอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งนี้ บริษัทยังวางแผนขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่ม ทั้งจากสาขาใหม่และการปรับเพิ่มเมนูอาหารหม่ๆภายในร้าน เพื่อเพิ่มจำนวนปริมาณลูกค้าหมุนเวียน(ทราฟฟิก)ให้มากขึ้นราว 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 7 ล้านคนต่อปีในทุกสาขา และมีการเข้ามาใช้บริการในร้านเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อคน เพื่อให้ยอดขายครอบคลุมกับต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับสูงขึ้นในภาพรวม โดยเฉพาะค่าแรงงานขั้นต่ำอัตราใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย.นี้ ส่งผลให้บริษัทต้องใช้งบลงทุนด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น10%-20%สัดส่วนเดียวกับต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ โดยต้นทุนแรงงานระหว่างเดือนเม.ย.-ธ.ค.ของบริษัทปีนี้ คาดอยู่ที่80-90 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้สานยุทธศาสตร์ธุรกิจร่วม(สตราติจิก ซินเนอร์ยี)กับบริษัทฟรีสแลนด์ฯ ขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีโฟรโมสต์ผ่านร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขา โดยเฉพาะเครื่องดื่มนมสำหรับชุดอาหารสำหรับเด็กแฮปปี้มีล เพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภคนอกเหนือจากเครื่องดื่มซอฟท์ดริงค์ โดยในปี55 บริษัทวางเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนมีย อดขายเติบโต 30% และวางเป้ามีอัตราการเข้าถึงกลุ่มครอบครัวไทยเพิ่มขึ้นอีก 3-5% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 26% นายชนินทร์ กล่าวว่าสำหรับยุทธศาสตร์ธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งแผนบริหารความเสี่ยงธุรกิจในปีนี้ ในการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มยูเอชทีโฟรโมสต์ จากปัจจุบันมีช่องทางหลักในร้านค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด)สัดส่วน 50% และช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไป(ทราดิชันนัล เทรด)55% พร้อมมีแผนขยายช่องทางใหม่ๆเพิ่มเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายบริษัทในการนำผลิตภัณฑ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น และสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าตั้งแต่ภายในครึ่งแรกของปีนี้ จากเดิมมียอดขายหลักในช่วงไตรมาส2และ 4 และชะลอตัวในไตรมาส 3 พร้อมกันนี้บริษัทยังวางแผนขยายศูนย์กระจายสินค้า(ดีซี)แห่งที่3ในรูปแบบการจัดจ้างภายนอก(เอาท์ซอร์ส) คาดทำเลอยู่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริม๊ฑล จากเดิมมีดีซีอยู่ในอำเภอวังน้อย จ.อยุธยา และเดินสายผลิตนมพาสเจอร์ไรซ์โฟร์โมสต์ด้วย และโรงงานผลิตนมยูเอชทีที่สำโรงใต้สมุทรปราการ พร้อมวางแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับเป้าหมายยอดขายใหม่ที่จะวางอัตราการเติบโต 2หลักในปีนี้ จากการออกสินค้ากลุ่มใหม่ในระดับบน(พรีเมียม)เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากนมเป็นกลุ่มสินค้ากึ่งควบคุมราคา โดยในสิ้นปีคาดมีอัตราการเติบโตยอดขาย 2หลัก
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น